All posts filed under: Features

Parris-Lamb กับหน้าที่ผู้คัดเลือกหนังสือ

“เพียงแค่คุณเขียนอะไรออกมา ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การอ่าน น่าเศร้าใจที่บางคนลืมไปว่าเขาไม่สามารถเป็นนักเขียนที่ดีได้หากเขายังไม่ได้เป็นนักอ่านที่ดีเสียก่อน” นั่นคือคำพูดของ Chris Parris-Lamb เอเจนต์ (หรือตัวแทนขายงานให้นักเขียน) แห่งบริษัท The Gernert บริษัทเอเจนซี่หนังสือแห่งหนึ่งในนิวยอร์ก ซึ่งได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Guernica ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา

Share on FacebookGoogle+Tweet about this on TwitterEmail to someonePrint this page

Authorpreneurship: 4 ขั้นตอน จากนักเขียนสู่นักขาย

ดิ อีโคโนมิสต์ ได้เกริ่นแบบฟันธงไปเลยว่า การจะยืนหยัดในฐานะนักเขียนหนังสือทุกวันนี้ อาศัยเพียงแค่ไอเดียที่ปราดเปรื่องหรือลีลาร้อยแก้วไม่ได้อีกแล้ว แต่นักเขียนจะต้องกลายเป็นนักธุรกิจไปในตัว นั่นหมายความว่า เขาหรือเธอจะต้องวางยุทธศาสตร์เกี่ยวกับสร้างแบรนด์และการทำการตลาดให้กับทั้งชื่อตัวเองและหนังสือที่ขาย

Share on FacebookGoogle+Tweet about this on TwitterEmail to someonePrint this page

ดูหนังอย่างนักอ่าน: Birdman (The Unexpected Virtue of Ignorance)

“People, they love blood. They love action. Not this talky, depressing, philosophical bullshit.” – Birdman (2014) งานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 87 ที่เพิ่งผ่านไปในเมื่อวันที่ 23 ก.พ. (เวลาประเทศไทย) สร้างกระแสตอบรับต่อภาพยนตร์ยอดเยี่ยมอย่าง Birdman (The Unexpected Virtue of Ignorance) หลากหลาย บ้างก็เห็นด้วยกับชัยชนะ บ้างก็ต่อต้าน (เช่นในบทความนี้และบทความอื่นๆ อีกมากมาย) แต่สำหรับเรา Birdman ไม่ได้ชนะใจเราด้วยเทคนิคการถ่าย หรือการแสดงอันโดดเด่นของนักแสดงทุกคนในเรื่อง หากแต่เป็นการหยิบเอางานวรรณกรรมต่างๆ มาผสมกลมกลืนกับตัวบทของภาพยนตร์อย่างฉลาด เพื่อผลักดันงานให้สุดไปอีกขั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงเป็นเหมือนกับงานเขียนชั้นดีที่ไม่ได้สร้างมาเพื่อให้รับชมเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อให้ “อ่าน” ด้วย ทั้งนี้ ความสำเร็จของตัวภาพยนตร์ทั้งในด้านรางวัลและรายได้ ก็อาจเป็นข้อพิสูจน์ได้ว่าผู้ชมไม่ได้รักแค่หนังนองเลือดอย่างที่ตัวละคร Birdman ในเรื่องพูดข้างต้นไปซะทีเดียว

Share on FacebookGoogle+Tweet about this on TwitterEmail to someonePrint this page

หนังสือขายดีที่สุดตลอดกาล

คุณเดาได้ไหมว่านวนิยายเล่มไหนขายดีที่สุดตลอดกาล ? ล่าสุด เว็บไซต์หนังสือ Bookriot ได้โพสต์รายชื่อหนังสือขายดีที่สุดตลอดกาลจาก Wikipedia อย่างไรก็ดี ทางผู้จัดทำได้ออกตัวผ่าน Wikipedia ว่ารายชื่อดังกล่าวนั้นไม่สมบูรณ์ ซึ่ง Bookriot เองก็เห็นด้วยว่ารายชื่อหนังสือขายดีคงไม่มีวันสมบูรณ์ได้ แต่อย่างไรก็ถือเป็นความพยายามที่ดี และในโอกาสนี้ ทาง Papercuts ก็อยากจะขอแชร์รายชื่อต่อให้นักอ่านชาวไทยได้ดูกัน รายชื่อนวนิยายขายดีที่สุดตลอดกาล (ตัวเลขเป็นหลักล้านเล่ม) มาดูนวนิยายชุดกันบ้าง คุณรู้จักทุกเรื่องในรายชื่อรึเปล่า ? รายชื่อนวนิยายชุดขายดีที่สุดตลอดกาล (ตัวเลขเป็นหลักล้านเล่ม)   ที่มา : Bookriot

Share on FacebookGoogle+Tweet about this on TwitterEmail to someonePrint this page

How To Read More

สำหรับนักอ่านที่ตั้งปณิธานสำหรับปีใหม่นี้ว่าจะอ่านหนังสือให้ได้มากกว่าเดิม Sara Nelson แห่งกองบรรณาธิการของ Kindle และ Amazon ผู้ออกตัวว่าเป็นคนที่สามารถอ่านหนังสือได้หลายร้อยเล่มต่อปี (เพราะการอ่านเป็นงานของเธอ… น่าสงสารจริงๆ) ได้มาเขียนคอลัมน์ให้กับบล็อกหนังสือของ Huffingtonpost ว่าด้วยการอ่านให้ได้เยอะๆ คำแนะนำของเธอมีดังต่อไปนี้ – อย่าอ่านอะไรที่คุณ “ควร” อ่าน แต่ให้อ่านอะไรที่คุณสนใจ เลิกฟังความเห็นจากคนอื่นที่พยายามจะนำเสนอหนังสือใหม่ๆให้คุณ แต่ให้คุณเลือกจากเนื้อหาที่คุณสนใจและอยากจะอ่านจริงๆ วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการลองอ่านเรื่องย่อที่ปกหลังของหนังสือ หรือถ้าคุณเจอบทสัมภาษณ์ของนักเขียนคนหนึ่งและเกิดรู้สึกถูกใจในความคิดของเขา คุณก็อาจจะลองเอางานเขียนของเขามาอ่านก็ได้ หรือบางทีแค่การชอบปกก็อาจจะพอแล้ว – อย่าจำกัดความตัวเองว่าเป็นคนชอบอ่านแต่นวนิยายแนวนี้ แต่เกลียดแนวนั้น คุณไม่ควรจำกัดตัวเองว่าคุณจะอ่านแค่นวนิยายทั่วไป แต่จะไม่อ่านนวนิยายแนวไซ-ไฟ ฉันเคยบอกทุกคนว่าฉันเกลียดเรื่องสั้น แต่แล้ววันนึงฉันก็ได้อ่าน The Interpreter of Maladies ของ Jhumpa Lahiri หลังจากนั้นนิยามของทุกอย่างที่ฉันเคยตั้งก็เปลี่ยนไปเลย พูดง่ายๆก็คือ อย่าจำกัดตัวเอง – ปล่อยให้ตัวเอง “หยุด” อ่าน  นี่อาจจะฟังดูย้อนแย้งสักนิด แต่การเสียเวลาทนอ่านอะไรที่ไม่ได้ชอบ เพราะคิดว่า​ “ควรอ่าน” (กลับไปดูข้อแรก) นั้นมันจะทำให้คุณหมดไฟที่จะอ่านทุกอย่าง มันจะดีกว่าถ้าคุณอ่าน 50 หน้าของหนังสือที่คุณตระหนักได้ว่าไม่ชอบและเลิกอ่านมัน จากนั้นก็เอาเวลาที่จะอ่านหน้าที่เหลือไปอ่านอะไรที่คุณอาจจะชอบแทน […]

Share on FacebookGoogle+Tweet about this on TwitterEmail to someonePrint this page

Gone Girl ตัวจริง : การหายตัวลึกลับของ Agatha Christie

สามีเจ้าชู้ ภรรยาผู้มีสติปัญญาล้ำเลิศ เป็นที่รู้จักและเป็นที่ชื่นชอบของสาธารณชน ปมแปลกๆที่ทำให้เราเขว เงินสดในกระเป๋าคาดเอว พาดหัวข่าวหน้าหนึ่ง ผู้คนที่แห่แหนอาสาในการช่วยค้นหาหญิงสาวที่หายตัวไป การปรากฏตัวอีกครั้งของเธอ และความสงสัยที่ค้างคาเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด สิ่งเหล่านี้อาจทำให้คุณนึกถึงพล็อตเรื่องของหนังสือชื่อดังอย่าง Gone Girl แต่แท้จริงแล้วมันคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับนักเขียนนวนิยายสืบสวนสอบสวนชื่อดัง อกาธา คริสตี (Agatha Christie) เมื่อปี 1926 หากคุณเป็นแฟนคลับของอกาธา คริสตี คุณคงสังเกตได้ไม่ยากว่านิคและเอมี ก็คืออาร์ชี (Archie) และ อกาธา คริสตี ของยุคนี้นี่เอง ไม่ว่าอกาธาจะตั้งใจหรือไม่ (คนยังคงตั้งคำถามกันจนถึงปัจจุบัน) หลังจากที่เธอได้ตีพิมพ์นวนิยายเล่มที่หกของเธอที่ชื่อ The Murder of Roger Ackroyd อกาธาก็ได้จัดฉากการหายตัวไปของเธอเอง ช่วงเวลาประมาณ 21.45 น. ของวันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม 1926 อกาธาได้ขับรถออกจากบ้านของเธอและสามีที่ตั้งอยู่ในเมือง Berkshire และก็ได้จอดรถที่มีกระเป๋าเสื้อผ้าและใบขับขี่หมดอายุพร้อมเปิดไฟหน้าทิ้งไว้ โดยตำรวจเขียนคำอธิบายลักษณะของหญิงสาวที่หายตัวว่า: “อายุ 35 ปี สูง 5 ฟุต 7 นิ้ว […]

Share on FacebookGoogle+Tweet about this on TwitterEmail to someonePrint this page

9 เล่มจากชั้นหนังสือใน Interstellar

“รักคือสิ่งที่เรามองว่าสามารถก้าวข้ามมิติแห่งกาลอวกาศ (space and time)” ดร. แบรนด์กล่าวไว้ใน Interstellar อย่างไรก็ดีในภาพยนตร์ไซ-ไฟฟอร์มยักษ์ของผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน เรื่องนี้ หนังสืออาจเป็นอีกอย่างที่สามารถก้าวข้ามสิ่งที่กล่าวมาได้เช่นกัน ในตอนต้นเรื่อง เมิร์ฟ (Murph) พยายามถอดรหัสจากหนังสือหลายเล่มที่อยู่บนชั้น เธอเชื่อมั่นว่า “ผี” พยายามสื่อสารกับเธอผ่านหนังสือเหล่านั้น และหนังสือที่มันเลือกแต่ละเล่มก็เกี่ยวข้องกับตัวละครในหนังและโลกมโนทัศน์ของพวกเขา ต่อจากนี้ คือบางส่วนของหนังสือบนชั้นที่คัดสรรมาโดยตัวผู้กำกับเอง(!) พร้อมข้อคิดเห็นสั้นๆของเขาที่มีต่อหนังสือนั้นๆ The Wasp Factory – Iain Banks “อ่านหนึ่งครั้ง ไม่มีวันลืม สะเทือนอารมณ์อย่างประหลาด เป็นเรื่องราวสุดเลวร้ายของเด็กคนหนึ่งและพ่อที่อยู่อย่างตัดขาดกันแบบใกล้ๆ” Selected Poems – T.S. Eliot “มโนทัศน์เรื่องกาลอวกาศที่จุดที่ซับซ้อนที่สุดนั้น บางครั้งสามารถเอ่ยถึงได้ดีที่สุดผ่านงานศิลปะหาใช่วิทยาศาสตร์ งานของ Eliot ที่ชื่อ Four Quartets ก็สามารถกระตุ้นความคิดเกี่ยวกับกาลเวลาได้ดีไม่แพ้งานเขียนวิทยาศาสตร์ใดๆ” The Stand – Stephen King “สถานการณ์สุดสิ้นหวังที่จะทำให้เราประจักษ์ว่า ทัศนะของเราที่มีต่อเหตุการณ์เพียงชั่วขณะจะเป็นทัศนะที่เป็นส่วนตัวเสมอ” Emma – Jane […]

Share on FacebookGoogle+Tweet about this on TwitterEmail to someonePrint this page

Jack Kerouac : ความแตกต่างระหว่างอัจฉริยะกับผู้มีพรสวรรค์

“อัจฉริยะให้กำเนิด คนมีพรสวรรค์ถ่ายทอด” ในหนังสือ The Portable Kerouac แจ็ค เคอรูแอค ได้ให้ความเห็นบนหัวข้อ “นักเขียนสร้างได้หรือต้องเกิดมาเพื่อเป็นเท่านั้น?” (Are Writers Made or Born?) ว่า “นักเขียนนั้นสามารถถูกสร้างขึ้นได้ เพราะแม้แต่คนที่ไม่สามารถอ่านหรือเขียนได้ก็ยังสามารถเล่าเรื่องได้ แต่ผู้ที่จะเป็นเจ้าของอัจฉริยภาพทางการเขียน อย่าง เมลวิลล์ (Melville) วิทแมน (Whitman) หรือ ธอโร (Thoreau) นั้น ต้องเกิดมาพร้อมความสามารถเฉพาะตัวจริงๆ — ไม่มีใครสามารถเขียน Moby-Dick  ได้อย่างเมลวิลล์ ไม่ว่าจะเป็นวิทแมน หรือเชคสเปียร์ก็ตาม เหมือนกับที่ไม่มีใครสามารถเขียน Leaves of Grass ได้อย่างวิทแมน พวกเขาเหล่านี้เกิดมาพร้อมความสามารถเฉพาะ เกิดมาเพื่อเขียนงานของเขาเท่านั้น” เคอรูแอค ยังได้กล่าวถึงความหมายของคำว่า “อัจฉริยะ” ซึ่งแท้จริงแล้วมีที่มาจากคำภาษาละติน gignere แปลว่า “ทำให้กำเนิดขึ้น” ดังนั้นเขาจึงมองว่าอัจฉริยะคือคนที่สามารถให้กำเนิดสิ่งใหม่ หรือสิ่งที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน เขายกตัวอย่าง เจมส์ จอยซ์ เจ้าของผลงานเขียนแนวกระแสสำนึก (stream of consciousness) […]

Share on FacebookGoogle+Tweet about this on TwitterEmail to someonePrint this page

นาโบคอฟ : ว่าด้วยคุณสมบัติสำคัญของนักอ่านชั้นดี

“นักอ่านที่ดี นักอ่านผู้ยิ่งใหญ่ นักอ่านผู้กระตือรือร้นและมีความคิดสร้างสรรค์นั้นคือ นักอ่านซ้ำ” “ความพยายามทั้งปวงที่จะทำให้ได้มาซึ่งการขัดเกลาทางวรรณคดีนั้น เริ่มต้นจากความสามารถในการอ่านอย่างรอบคอบ” เอช. พี. เลิฟคราฟท์ (H.P. Lovecraft) นักเขียนชื่อดังกล่าวไว้ จากข้อความเบื้องต้นจะเห็นได้ว่าการอ่านนั้นถูกมองว่าเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง เป็นเทคนิคที่ปรับได้ และในขณะเดียวกัน “การไม่อ่าน” (non-reading) นั้นก็มีความสำคัญในฐานะที่เป็นทางเลือกหนึ่งพอๆกับการอ่าน ดังนี้ การอ่านนั้นจึงเป็นมากกว่าการรับสาร และมาพร้อมกับความชำนาญระดับหนึ่ง แต่อะไรกัน คือคุณสมบัติของการเป็น “นักอ่านที่ดี” ? ในหนังสือรวมบทความชื่อ Lectures on Literature นักเขียนวลาดิมีร์ นาโบคอฟ (Vladimir Nabokov) ได้สร้างแบบฝึกหัดชุดหนึ่งขึ้นมา เพื่อตั้งคำถามแก่นักเรียนในมหาวิทยาลัยท้องถิ่นที่ห่างไกลแห่งหนึ่ง โดยเขาให้นักเรียนเลือกคำตอบ 4 ข้อ(จากทั้งหมด 10 ข้อ) ที่นักเรียนเห็นว่าเป็นคุณสมบัติที่ทำให้คนๆหนึ่งได้ชื่อว่าเป็น นักอ่านชั้นดี: 1. นักอ่านคนดังกล่าวต้องเป็นสมาชิกบุ๊กคลับ 2. นักอ่านคนดังกล่าวต้องพบว่าตัวละครหลักในเรื่องนั้นเหมือนตัวเอง 3. นักอ่านคนดังกล่าวต้องมุ่งความสนใจไปยังแง่มุมประเด็นทางสังคม-เศรษฐกิจ 4. นักอ่านคนดังกล่าวต้องชอบเรื่องที่มีการกระทำและบทสนทนามากกว่าเรื่องที่ไม่มี 5. นักอ่านคนดังกล่าวต้องเคยดูภาพยนตร์ที่ทำจากหนังสือเล่มนั้ันๆ 6. นักอ่านคนดังกล่าวต้องเป็นนักเขียนวัยแรกรุ่น 7. นักอ่านคนดังกล่าวต้องเป็นคนมีจินตนาการ […]

Share on FacebookGoogle+Tweet about this on TwitterEmail to someonePrint this page

10 เล่ม ของ 6 นักเขียน

หากอยู่ๆ นักข่าวสัมภาษณ์นักเขียนคนดัง ถามว่าเขาชอบหนังสือเล่มใดที่สุด เขาอาจจะอึกอัก ไม่ทันตั้งตัว เพราะคงมีเป็นร้อยเล่มที่ผ่านเข้ามาในใจให้รู้สึกลังเล แล้วจำต้องสุ่มเลือกมาสักเล่ม พร้อมบรรยายคำอธิบายเหมาะๆ สวยๆ ให้สมกับเป็นนักเขียน ทว่าหนังสือเล่มนั้นอาจกลายเป็นคำตอบที่เขาอยากกลับมาแก้ไขใหม่ แต่ถ้านักเขียนได้มีเวลาคิดไตร่ตรอง (ด้วยความสนุกสนาน) ว่าที่ผ่านๆ มา มีหนังสือใดบ้างที่เขาให้ความสำคัญและส่งอิทธิพลทางวรรณกรรมและการใช้ชีวิต นี่คงเป็นโอกาสทองที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา หน้านิวส์ฟีดของเหล่านักเขียนและนักอ่าน มีการส่งต่อภารกิจคิดรายชื่อหนังสือ 10 เล่ม ซึ่งต่างคนต่างก็ตีความว่าเป็นหนังสือเล่มโปรด หนังสือใกล้มือ หรือหนังสือที่ทำให้เขาเป็นเขาเช่นทุกวันนี้ แล้วทำการ tag เพื่อนคนอื่นๆ ในเฟซบุ๊กต่อไปอย่างคึกคัก อาจมองว่าเป็นจดหมายลูกโซ่ของหนอนหนังสือ หรือพื้นที่อวดรสนิยมก็ได้ แต่สำหรับเรา กิจกรรมนี้เปิดโอกาสให้เหล่านักอ่านได้ทำความรู้จักกับผู้เขียนผ่านสิ่งที่พวกเขาเคยอ่าน  และให้ความสำคัญต่อหนังสือนั้นๆ มากพอที่จะมาใส่ลงในรายชื่อนี้ เราอาจจะคิดต่อยอดไปว่า ทำไมหนอ… คนเหล่านี้จึงมีฝีไม้ลายมือเป็นเอกลักษณ์ดังเช่นตัวเขาทุกวันนี้ กลายเป็นนักเขียนที่โดดเด่นจนมีนักอ่านอีกมากมายบรรจุหนังสือของพวกเขาลงไปในรายชื่อ 10 เล่มของตัวเอง   อุทิศ เหมะมูล The Silent Cry – Kenzaburo Oe Thousand Cranes- Yasunari Kawabata Disgrace […]

Share on FacebookGoogle+Tweet about this on TwitterEmail to someonePrint this page