Reviews
Leave a comment

The Lathe of Heaven ในฝันมีสวรรค์

คนเราไม่นอน 3 วันได้จริงหรือ

Orr ตัวละครเอกใน The Lathe of Heaven นิยายของ Ursula K. Le Guin นักเขียนไซ-ไฟชื่อดัง อาจถามขึ้นมาเช่นนั้น ในวันที่ 3 ที่เขาอดนอน หัวเริ่มโงนเงน อยู่ในภาวะไม่หลับแต่เหมือนฝันไป

ไม่หรอก ไม่มีทางเหมือนฝัน เขาต้องห้ามตัวเองไม่ให้หลับ

เพราะฝันของเขานั้นพิเศษกว่าใครอื่น มันคือฝันที่เปลี่ยนแปลงความจริงในอดีตได้

Orr จึงกลัวการฝัน เขาเกลียดการที่ต้องตื่นมาพร้อมความทรงจำชุดเก่า และใบหน้าไม่รู้สึกรู้สาของคนรอบข้าง “ก็มันเป็นแบบนั้นมานานแล้วนี่!” แต่สำหรับ Orr ทุกอย่างเพิ่งเปลี่ยนไปเพียงชั่วข้ามคืน

George Orr เคยฝันว่าตัวเองมีน้าสาวที่ชอบยั่วตัณหาอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน เมื่อกลัวมากๆ เข้า คืนนั้นเขาฝันว่าน้าเสียชีวิต และตามคาด เขาตื่นมาในบ้านที่น้าไม่มีตัวตนอยู่มานานแล้ว แม่ใช้ชีวิตทำงานบ้านตามปกติ สำหรับเขา นี่ไม่ใช่เรื่องแฟนตาซีแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ แต่คือการฆาตกรรมคนโดยจิตไร้สำนึก

ปัญหาสำคัญก็คือ เขาควบคุมฝันไม่ได้ บางครั้งมันหมุน หมุน หมุน กลับข้างความจริง จนโลกกลายเป็นสถานที่แปลกประหลาด

และจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ Dr. Haber จิตแพทย์ผู้ปรารถนาความดีและสันติสุขมาสู่โลกได้ค้นพบความสามารถพิเศษนี้ของ Orr เมื่อเขาถูกส่งตัวมาบำบัดในฐานะผู้ที่จิตไม่ปกติ

Haber เริ่มใช้อำนาจลบอดีตในนาม “ความดี” แต่ความดีนี้กลับไม่มีเส้นแบ่ง Orr ตื่นมาพร้อมคน 6 พันล้านคนที่หายไป เพราะ Haber ต้องการลดปัญหาประชากรล้นเกิน ผู้คนจะได้ไม่ต้องผลาญทรัพยากรโลก ทำลายธรรมชาติ ความสงบสุขและมีกินมีใช้จึงกลับมา แลกกับชีวิตคน 6 พันล้านคนที่หายไป … ฟังดูน่าสะพรึง Haber ตอบเรียบเฉยว่า “พวกเขาไม่เคยมีอยู่ตั้งแต่แรกแล้วนี่” แต่การกระทำนี้เป็นเรื่องเลือดเย็นสำหรับ Orr ภายในนิยามของการเป็นคนดี

นี่จึงเป็นการลบประวัติศาสตร์ที่เหนือชั้น ไม่มีสำเนาชุดอื่นให้อ้างอิง มีอีกหลายเหตุการณ์ที่ Haber กำหนดไว้ให้ Orr ฝัน เพื่อจะสร้างโลกที่ดีกว่า ดียิ่งขึ้น …ดีให้มากกว่านี้! จนโลกเละเทะสะเปะสะปะ ที่น่ากลัวก็คือ Haber ไม่เคยโทษตัวเอง

“ผมไม่ได้เป็นคนฝัน คุณต่างหาก และเพราะจิตใจคุณเว้าแหว่งทางศีลธรรม มันจึงนำผลข้างเคียงร้ายๆ มาด้วย” Haber ชี้นิ้วไปที่ Orr คนที่แค่ควบคุมความฝันของตัวเองก็ยังทำไม่ได้

มีคำพูดช่วงหนึ่งที่ Haber ประชดประชัน Orr ว่าเป็นพวก Buddhism ที่มองสรรพสิ่งเป็นไปอย่างที่มันเป็น ไม่ต้องการพัฒนาอะไร และกล่าวว่านี่คือความบกพร่องทางศีลธรรม (?) ในขณะที่เขาสามารถทำหน้าที่พระเจ้าที่สร้างสิ่งดีๆ ให้มนุษย์โลกได้

นิยายเรื่องนี้เขึยนขึ้นในปี 1971 ไอเดียในเรื่องจึงอาจไม่ได้ดูสดใหม่น่าตื่นเต้น แต่เนื้อเรื่องก็สนุก และชวนถกเถียง อะไรคือความดี และใครมีสิทธิทำหน้าที่พระเจ้าตัดสินชีวิตแทนมนุษย์ทุกคนบนโลกได้ โฉมหน้าความดีที่มีตัวเองเป็นศูนย์กลางนั้นน่ากลัวแค่ไหน และ “ความจริง” อาจไม่ใช่สิ่งที่เราเคยประจักษ์แต่คือความจริงเท่าที่คนส่วนใหญ่รอบตัวจดจำได้ (แล้วเดี๋ยวสมองเราก็บังคับให้เรา “จำ” แบบนั้นไปด้วย เพื่อลดความสับสนเอง)

เราก็อาจเป็นเช่นเดียวกับ Orr คือถูกกักขังด้วยตราบาปคนบ้า และได้แต่เฝ้าดูเหตุการณ์ตลกร้ายให้เป็นไปตามอย่างที่มันเป็น

 

ภาพ: The City I Dream, Victor Brauner

Share on FacebookGoogle+Tweet about this on TwitterEmail to someonePrint this page
Filed under: Reviews

by

Khing Amatyakul

ณัฐกานต์ อมาตยกุล อดีตเด็กฝึกงานเวย์ ปัจจุบันเขียนงานในกลุ่มสารคดีอิสระสายลมและดูแลสำนักพิมพ์เล็กๆ ชื่อไจไจบุ๊คส์ khunning.wordpress.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *