News
comment 1

ดอนกิโฆเต้ฉบับใหม่ ส่งเสริมหรือทำลายกันแน่

นวนิยาย ดอนกิโฆเต้ ของ มิเกล์ เด เซร์บันเตส  ที่เขียนขึ้นในศตวรรษที่ 17 ถูกดัดแปลงให้เป็นภาษาสเปนร่วมสมัยโดย อันเดรส ตราเปียโย (Andrés Trapiello) ด้านนักวิชาการอิลาน สตาบันส์ (Ilan Stavans) แสดงความเห็นว่าเวอร์ชันนี้เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ชาวสเปนได้อ่านหนึ่งในวรรณคดีเรื่องเยี่ยมของประเทศตัวเอง

ดอนกิโฆเต้ แห่ง ลามันช่า ฉบับใหม่ที่ดัดแปลงมาอย่าง “ตรงตามตัวบท” และ “ครบถ้วน” เพื่อเปลี่ยนแปลงศัพท์เซร์บันเตสในศตวรรษที่ 17 ให้กลายเป็นศัพท์ร่วมสมัย กลายเป็นหนังสือขายดีอันดับ 9 ในเดือนกรกฎาคม แต่ก็ตามมาด้วยกระแสการวิจารณ์ ดาบิด ฟิลิปเป อาร์รันซ์ (David Felipe Arranz) นักวิชาการจากมาดริดกล่าวว่ามันเป็น “อาชญากรรมต่อวรรณคดี” และยังเพิ่มเติมว่า “ผมไปถามบรรดาคนขายหนังสือในมาดริด พวกเขาบอกว่าไม่มีใครซื้อฉบับดั้งเดิมของเซร์บันเตสอีกต่อไปแล้ว เพราะนักอ่านอยากได้เวอร์ชัน “เบาๆ” มากกว่า … คุณไม่มีทางดัดเปลี่ยนรสชาติทางภาษาของนักเขียนชั้นยอดให้กลายมาเป็นภาษาของเราได้หรอก”

สตาบันส์ ศาสตราจารย์ภาควัฒนธรรมลาตินและลาตินอเมริกัน วิทยาลัยแอมเฮิร์ส กลับชี้ให้เห็นว่าการดัดแปลงนี้เป็นสิ่งจำเป็น แม้จะไม่น่าพึงใจ เพราะหากราชบัณฑิตยสถานสเปนไม่หาทางให้คนอ่านได้อ่านดอนกิโฆเต้กันเลย ก็เท่ากับไม่มีประโยชน์อะไร เพราะด้วยปัจจัยหลายอย่าง รวมทั้งหลักสูตรที่เปลี่ยนไป เด็กรุ่นใหม่จึงไม่ได้อ่านดอนกิโฆเต้อีกแล้ว “ผมมองว่า 9 ใน 10 ของผู้ที่อ่านนิยายของเซร์บันเตสทุกวันนี้ไม่ได้อยู่ในสเปน และคนเหล่านั้นส่วนมากก็อ่านมันในฉบับแปล”

ถึงแม้สตาบันส์ จะไม่เห็นด้วยเสียทีเดียวว่านักอ่านชาวสเปนไม่สามารถอ่านภาษาของเซร์บันเตสได้ เพราะสเปนเป็นภาษาที่อายุน้อยกว่าอังกฤษถึงกว่า 400 ปี ซึ่งหมายถึงว่าเชกสเปียร์น่าจะอ่านยากกว่าด้วยซ้ำ แต่ก็ยังต้องมีการจัดทำดอนกิโฆเต้ฉบับดัดแปลงนี้ขึ้นมา

“เชกสเปียร์ได้รับการดัดแปลง ทำให้ทันสมัย และเรียบเรียงขึ้นใหม่อยู่ตลอด แล้วก็ไม่มีใครว่าด้วย ผมคิดว่าการกระทำเหล่านั้นเป็นเหมือนการเชิดชูและตระหนักถึงบุญคุณยิ่งใหญ่ที่เขามีต่อพวกเรา”

เขาเปรียบให้เห็นสถานการณ์คล้ายคลึงกันนี้ในอเมริกาซึ่งมีกระแสต่อต้านสำนักพิมพ์ในอลาบามาที่ลบคำว่า “นิกเกอร์” ออกไปจากนิยายเรื่อง การผจญภัยของ ฮัคเคิลเบอรี่ ฟินน์ ของมาร์ก ทเวน

“เหตุผลก็คือเด็กแอฟริกัน-อเมริกันในสหรัฐไม่อ่านหนังสือเล่มนั้นเพราะมันเป็นเรื่องเปราะบางสำหรับโลกยุคใหม่ ปัญญาชนและสื่อต่างก็โจมตีการกระทำดังกล่าว สำนักพิมพ์โต้กลับว่าไม่ได้ต้องการเซนเซอร์มาร์ก ทเวน แต่ต้องการทำให้มันเข้าถึงได้มากขึ้น ซึ่งผมคิดว่าอันเดรส ตราเปียโย ก็กำลังทำเช่นนั้นอยู่”

มาริโอ บาร์กัส โยซา (Mario Vargas Llosa) นักเขียนรางวัลโนเบลบอกว่านิยายฉบับใหม่นี้ช่วยคืนความเยาว์วัยให้กับนิยายของเซร์บันเตสโดยที่ไม่ได้ไปเปลี่ยนแปลงตัวตนของมัน ทำให้นักอ่านหลายคนที่เคยขยาดการอ่านดอนกิโฆเต้เริ่มกลับมามีกำลังใจจะรับมือกับฉบับดั้งเดิมหลังจากได้ลิ้มลองฉบับดัดแปลง

ปัจจุบันดอนกิโฆเต้ได้รับการแปลไป 145 ภาษาแล้ว ตราเปียโยบอกว่า “ช่างพาราด็อกซ์เสียจริงที่คนประเทศอื่นเขาอ่านนิยายเล่มนี้ได้โดยไม่มีปัญหาอะไร ในขณะที่คนใช้ภาษาสเปนกลับเข้าใจมันได้ไม่ถึงครึ่งหากไม่อ่านคำอธิบายประกอบ”

“มีคนมากมายที่ไม่เคยอ่านมัน หรือไม่ก็ยอมแพ้ไปก่อนเพราะว่ายากเกินไป” เขากล่าว “พวกเขาถูกบังคับให้อ่านในภาษาที่ไม่มีใครเข้าใจแล้วในปัจจุบัน พวกเขาให้คุณอ่านดอนกิโฆเต้ในโรงเรียน และหลายคนก็ได้รับความทรงจำแย่ๆ กลับมา”

ที่มา: theguardian.com

Share on FacebookGoogle+Tweet about this on TwitterEmail to someonePrint this page
Filed under: News

by

Khing Amatyakul

ณัฐกานต์ อมาตยกุล อดีตเด็กฝึกงานเวย์ ปัจจุบันเขียนงานในกลุ่มสารคดีอิสระสายลมและดูแลสำนักพิมพ์เล็กๆ ชื่อไจไจบุ๊คส์ khunning.wordpress.com

1 Comment

  1. ขอบคุณ

    อัศจรรย์ จินตนาการ และสามารถเรียบเรียงประโยค ด้วยปรัชญา อย่างตกผล฿ก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *